Sunday, January 27, 2013

Myanmar opposition icon Aung San Suu Kyi, pictured on July 6, 2011, has voiced confidence that the country's powerful military will support changes to the constitution that would allow her to become president

26 Jan 2013
By Shaun Tandon | AFP News

Myanmar opposition icon Aung San Suu Kyi has voiced confidence that the country's powerful military will support changes to the constitution that would allow her to become president.
The Nobel Peace Prize winner, who spent most of two decades under house arrest until recent reforms, said she was hopeful that parliament will approve constitutional revisions even though the army controls a vital number of seats.
"I am not unduly worried by it. I think that the members of our military, like the rest of our nation, would like to see Burma a happier, stronger, more harmonious country," she said, referring to Myanmar by its former name.
"Because of that, I do not rule out the possibility of amendment through negotiated compromise," Suu Kyi said Friday at the East-West Center on a visit to the US Pacific state of Hawaii.

President Thein Sein, a former general, surprised even critics by launching a slew of reforms after taking office in 2011 -- including freeing political prisoners, easing censorship and permitting Suu Kyi to enter parliament.
Thein Sein has said he would accept Suu Kyi as president if her National League for Democracy wins the next elections in 2015, but some activists question whether hardliners would be willing to let the army leave power.
Under the 2008 constitution, the presidency cannot be held by anyone whose spouse or children hold foreign nationality. Suu Kyi was married to the late British academic Michael Aris, with whom she has two children.
"I do not think it is right for any constitution to be written with anybody in mind -- whether it is written to keep anybody in office for life, or whether it is written with the intention of keeping anybody out of office for life," said Suu Kyi, who has previously voiced willingness to be president.
"It's just not acceptable, it's not democratic, and it's not what a constitution is all about," she said.
Suu Kyi enjoys respect among some officers, as her father Aung San created the army and led the struggle against British colonial rule.
Suu Kyi also hoped to amend the constitution to recognize the "aspirations" of minorities. Fighting has persisted between the Burman-dominated army and ethnic rebels despite calls by Thein Sein for reconciliation.
"Unless we can meet those aspirations, we can never hope to build a true and lasting union based on peace and harmony," she said.
Suu Kyi was visiting Hawaii as part of an initiative by the US state to share its values. In a scene that would have been unthinkable just a few years ago, Suu Kyi spoke fondly about dining with friends on Honolulu's sun-kissed Waikiki beach.
Suu Kyi has toured Europe and North America since her release from house arrest. US President Barack Obama paid a landmark visit to Myanmar in November, hoping to encouraging reforms.
Myanmar's foreign ministry on Saturday criticized the United States for raising concerns over unabated fighting in northern Kachin state, where tens of thousands of people have been displaced since June 2011.
The statement also said Myanmar "strongly objects" to the use of the name Burma by the United States, urging the two nations to avoid actions that could go against "mutual respect."
But Suu Kyi vigorously defended calling her country Burma in English, saying that the name Myanmar was imposed by the military leadership.
"The assertion that we have to get rid of the name because it was a colonial legacy I find narrow, and I think it reflects lack of self-confidence rather than anything else," she said.
Suu Kyi noted that Japan, China, India, Indonesia and the Philippines also used names that were legacies from foreigners.
"It's not the name that makes the country; it's the country that makes the name," she said.

Wednesday, March 7, 2012

เรียกว่าหายเหนื่อยกับเรตติ้งของ “บ่วงบาป” เลยทีเดียว สำหรับสาว หยาด-หยาดทิพย์ ราชปาล แต่ก็ยังมีเสียงเมาท์ ว่าการแสดงของ พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ นั้นเด่นกว่า จนกลบสาวหยาดไปหมด งานนี้หยาดเลยขอแจงว่าไม่ได้ซีเรียสเลย เพราะต่างคนต่างความคิด และสาวพลอยก็เก่งจริง รวมทั้งตัวเองก็เคารพพลอยเป็นรุ่นพี่เสมอ
 
หยาด เผยว่า “ดีมากค่ะ เห็นเรตติ้งหายเหนื่อย ทุกคนอินมาก สงสารหยาดมากเลย คือเรื่องนี้หยาดดูตัวเองในละครแค่ตอนแรก ๆ แต่หลัง ๆ ไม่ค่อยกล้าดูแล้ว เพราะละครค่อนข้างเศร้า เราเล่นเราก็อินมาก ดูแล้วร้องไห้ตาม เลยไม่อยากดู ความรู้สึกนั้นมันยังอยู่ค่ะ ส่วนที่คนบอกว่าละครดูแล้วเหนื่อย จริง ๆ มันเป็นละครที่ค่อนข้างจะเข้มข้นและซีเรียสมาก เพราะเล่นตั้งแต่อายุ 17 จนถึง 40 บางคนอาจจะดูแล้วเหนื่อย แต่หยาดคิดว่าคนส่วนใหญ่สนุกมากกว่านะคะ เพราะเป็นเรื่องธรรมดาของละครชีวิตที่เข้มข้นมันก็ต้องมีฟีลแบบนั้นบ้างอยู่ แล้ว”

 แต่มีข่าวว่าพลอยเล่นดีจนแย่งซีนเราไปหมดเลย? “แล้วแต่คนจะคิดนะ แต่ละคนก็มีความคิดหลายมุม พี่พลอยก็เป็นนักแสดงที่มีฝีมือมากอยู่แล้ว หยาดเชื่อว่าทุกคนในเรื่องเหนื่อยเท่ากันหมด ไม่มีคนใดคนหนึ่งเหนื่อยกว่าคนอื่น เพราะว่าละครเรื่องนี้ทุกคนเต็มที่จริง ๆ ถามว่าพอเราได้ยินแบบนี้มันบั่นทอนกำลังใจเรามั้ย ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย พี่พลอยเขาเป็นรุ่นพี่ด้วย เขาเข้ามาก่อน เขามีฝีมือและมีประสบการณ์มากกว่าเราด้วย หยาดเล่นละครกับพี่พลอยหยาดเคารพพี่พลอยค่ะ เพราะเขาโตกว่า ใครจะพูดอะไรก็ไม่เป็นไร เพราะพี่พลอยเป็นรุ่นพี่ ก็ไม่แปลกถ้าคนจะมองแบบนั้น เวลาที่มีคอมเมนต์ทำนองนี้ออกมา เราไม่เคยอ่านอะไรเลย เพราะว่าอ่านแล้วเครียดเลยไม่อ่าน ส่วนที่มีบางกระแสก็บอกว่าเราเล่นดีขึ้นเยอะ จริง ๆ หยาดไม่เคยเล่นดราม่าขนาดนี้มั้งคะ คนชมเยอะมากจริง ๆ คอมเมนต์ต่าง ๆ หยาดไม่ได้บอกว่าไม่ดี เพียงแต่หยาดสัมผัสจากคนทั่วไปที่หยาดเจอทุกวันหยาดหายเหนื่อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปอ่านแล้วค่ะ” ถามถึงเรื่องหัวใจบ้าง? “ไม่มีอะไร ก็มีคนเข้ามาบ้าง แต่ว่าหยาดทำงานหนักและตอนนี้ก็ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นแล้ว ก็อยากตั้งใจทำงานมาก ๆ เป็นวัยที่ต้องหาเงิน ถ้ามีใครเข้ามาแล้วใช่จริง ๆ ก็เดี๋ยวค่อยว่ากัน แต่โสดแบบนี้ก็ไม่เหงานะ เพราะเพื่อนเยอะมาก เพื่อนโทรฯตามทุกวัน แต่ก็ไม่มีเวลาได้เจอใครเลยค่ะ”.

Wednesday, March 9, 2011

ห่างหายไปจากงานแสดงเกือบ 2 ปีเต็ม หลังเจอมรสุมลูกใหญ่ กลับมาคราวนี้พระเอกหนุ่ม ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เลยจัดหนัก รับบทในผลงานละครเรื่องใหม่แบบหลากอารมณ์ แถมยังใส่ไม่ยั้งในละครเรื่อง “แผนร้ายพ่ายรัก” ของ ค่ายมาสเตอร์ วัน โดยผู้จัดหนุ่มไฟแรง เอิน-นิธิภัทร์ ลูกชายคนเก่งของ ก้อย-ทาริกา แห่งวิกช่อง 3
สำหรับ “แผนร้ายพ่ายรัก” หยิบมาจากบทประพันธ์ของ ปิ่นปินัทธ์ รับหน้าที่เขียนบทโทรทัศน์โดย ต้นรัก และกำกับการแสดงโดยมือเก๋าอย่าง อดุลย์ บุญบุตร โดยครั้งนี้จับเอา หนุ่มฟิล์ม มาจับคู่จิ้นกับนางเอกสาว แมท-ภีรนีย์ คงไทย ที่ถึงแม้จะร่วมงานกันเป็นครั้งแรก แต่เคมีเข้ากัน จับคู่ป่วนทั้งในจอนอกจอ สร้างเสียงหัวเราะให้ทีมงานเบื้องหลังให้ครึกครื้นกันสุด ๆ เพราะทั้งคู่ต้องพิสูจน์รักแท้ ไม่ได้ด้วยกลเกม แต่ต้องพิสูจน์ด้วยความจริงใจ
ในส่วนของการทำงาน แน่นอนต้องมาฟังจากปากพระนางในเรื่องกันเลย เริ่มที่พระเอกหนุ่ม ฟิล์ม ที่ห่างละครมาพักใหญ่ คราวนี้ขอคืนจอเรียกเรตติ้งให้ตัวเองอีกครั้ง “ก็ห่างหายจากงานละครไปนานเหมือนกันครับ เกือบ ๆ สองปี ดีใจที่มีโอกาสได้กลับมาทำอะไรให้แฟน ๆ ได้เห็น ก็ตั้งใจเต็มที่ เรื่องนี้รับบท “พิแสง” ลูกชายประธานสายการบินไม่ยอมรับตำแหน่งแต่หันมาเป็นนายหัวอยู่ที่ฟาร์มหมู พิแสงจะเป็นคนที่เคร่งขรึมตั้งใจทำงาน โหมงานหนัก เหมือนมีปมอยู่ในใจ ถ่ายทำเรื่องนี้สนุกมากครับ เรื่องนี้ได้ทำอะไรแปลกใหม่หลาย ๆ อย่างอุปสรรคของละครหลัก ๆ เลยของผมจะเป็นเรื่องของหมู เพราะหมูเป็นสัตว์ที่ไม่สามารถทำตามคำสั่งได้ ซึ่งบางทีเราถ่ายไปเสร็จเรียบ ร้อย แต่เจ้าหมูไม่ยอมก็ต้องถ่ายกันใหม่ แถมยังเคยอึใส่กางเกงเราด้วยแน่ะ ส่วนเรื่องการแสดงอื่น ๆ ก็ไม่ห่วงครับ เพราะมีแอ๊คติ้งโค้ชคอยประกบตลอดเพื่อความไม่ประมาทครับ เรื่องนี้ได้ร่วมงานกับน้องแมทก็สนุกและยินดีมากครับ เพราะแมทเล่นละครไม่ห่วงสวย แมนมากครับ ชอบแกล้งคนอื่นได้เสียงหัวเราะกันไป ฝากติดตามเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ”
ฟาก สาวแมท ที่คราวนี้ได้พลิกบทอีกครั้ง เล่าเสริมว่า “เรื่องนี้แมทรับบทเป็น “เขมมิก” เป็นแอร์โฮสเตส แต่มีอาชีพเสริมคือรับจ้างพิสูจน์รักแท้ เอาง่าย ๆ ก็ทำให้ชาวบ้านเค้าเลิกกันนั่นแหละค่ะ เป็นคนที่เคยอ้วนมาก่อน แต่ก็ลุกขึ้นมาทำสวย เพราะเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองถูกฟันแล้วทิ้ง เพราะความอ้วนเป็นเหตุ เรื่องนี้แมทได้ทำอะไรเยอะมาก คุ้มค่าของการเป็นนักแสดงที่สุด เรื่องนี้ต้องทำเอฟเฟกต์เป็นคนอ้วน พี่เอินผู้จัดฯเค้าลงทุนบินไปต่างประเทศ เพื่อซื้ออุปกรณ์เอฟเฟกต์แต่งหน้าอ้วนโดยเฉพาะ ตอนแรกว่าจะกินให้อ้วนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย เพราะทรมานมาก เริ่มตั้งแต่ไปหล่อหน้าเพื่อเอาแม่พิมพ์มาทำเป็นชิ้นเนื้อ สำหรับแต่งอ้วนตอนแรกก็โอ้โฮตื่นเต้นชอบใจใหญ่ แต่พอทดลองทำเสร็จน้ำตาจะไหลน่ากลัวมาก (ขำ) พี่เอินวางคิวจะถ่ายฉากอ้วนเป็น 2 วัน แต่พอแต่งแล้วเราขอเลยพี่เอินขออัดวันเดียวให้เสร็จเถอะไม่ไหวแล้ว ใช้เวลานานเกือบ 6 ชั่วโมงในการแต่งเอฟเฟกต์ เข็ดกันเลยทีเดียว แต่อดทนเพื่อคุณผู้ชมค่ะ แต่เรื่องนี้แมทชอบลูกหมูเราต้องไปอยู่ฝึกงานในฟาร์มพระเอก ก่อนถ่ายก็ไปเดินเล่นได้อยากเอากลับบ้านแต่แม่ไม่ให้เลี้ยง รับรองสนุกครบรสแน่นอนค่ะ”
แถมงานนี้ยังเปิดตัวหนุ่มหล่อขวัญใจสาว ๆ อย่าง อาเล็ก-ธีรเดช ลงจอแก้วเต็มตัวซะด้วย “ตื่นเต้นมากเลยครับ เรื่องนี้เป็นละครเรื่องแรกรับบทเป็น “หมอปริญ” หรือ “หมอปริ้น” สัตวแพทย์ประจำฟาร์มของพี่ฟิล์มเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี ขี้อาย แอบรักเค้าข้างเดียวไม่กล้าพูด เข้าฉากวันแรกสั่นมากทำตัวไม่ถูกแค่ฉากเดินผ่านเฉย ๆ ไม่มีบทพูดยังโดนสั่งคัทได้ แต่โชคดีมีแอ๊คติ้งโค้ช คอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ ได้ร่วมงานกับแมท, พี่ฟิล์ม และท่านอื่น ๆ ก็เกร็งมาก ด้วยความที่เราเป็นเด็กใหม่ แต่ทุกคนน่ารักช่วยเหลือเราหมดเลย ทำให้ทุกคนในกองถ่ายสนิทกันมากครับ”
รับรองว่าคุณผู้ชมน่าจะได้กำไรความฮาอย่างมีสาระกันจากผลงานเรื่องนี้ อย่างแน่นอน ติดตามชม “แผนร้ายพ่ายรัก” ได้ทุกคืนวันจันทร์และอังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 เริ่มตอนแรกวันที่ 18 มี.ค. นี้ แล้วจ้า...
“แผนร้ายพ่ายรัก”
เขมมิก สาวน้อยร่างอวบที่ทุกคนต่างเรียกเธอว่า ปุ๊กลุ๊ก รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในอ้อมอกของ พี่เสือ ฉายาที่ได้มาเพราะความเจ้าชู้ ความเมามายที่ต่างฝ่ายต่างดื่มหนักในงานปาร์ตี้สังสรรค์ของนักเรียนไทยในฮัม บรูก สภาพของทั้งคู่สามารถบอกได้ว่าเมื่อคืนหนุ่มสาวคู่นี้ผ่านอะไรกันมาบ้าง แต่แทนที่จะได้รับคำพูดที่ทำให้หายตระหนกจากฝ่ายชาย กลับได้ยินคำพูดจากปากเขาว่าเรื่องที่เกิดขึ้น “วี จัส วอนนา เฮฟ ฟัน (we just wanna have fun)!”
เขมมิกให้เนตรนิภาเพื่อนรักที่ชวนให้เธอเดินทางจากสวิต เซอร์แลนด์ เพื่อมาร่วมปาร์ตี้ของนักเรียนไทยในฮัมบรูกด้วยกันพาหนีความอับอายกลับไปที่ สวิตเซอร์แลนด์ โดยไม่รอเคลียร์กับคู่กรณีให้รู้สึกอับอายไปกว่านี้ เนตรนิภาปลอบใจให้เขมมิกเลิกโทษความอวบ เฉิ่ม ไร้เสน่ห์ของตัวเอง และลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองให้สวย เด้ง และเร้าใจ ชนิดผู้ชายคนไหนเห็นจะต้องลืมหายใจและลืมโลก แล้ววันนั้นถ้าพี่เสือคู่กรณีโคจรมาพบกันอีกครั้งก็คงจำเธอไม่ได้ และเขมมิกจะกลายเป็นฝ่ายสลัดพี่เสือทิ้ง ถ้าการเปลี่ยนแปลงของเขมมิกหยุดอยู่เพียงเท่านั้น ก็คงจะไม่เกิดเรื่องวุ่นวายตามมา เพราะความแค้นที่ถูกพี่เสือทิ้ง เขมมิกจึงไม่เชื่อและไม่ศรัทธาในความรัก นั่นก็กลายเป็นที่มาของอาชีพเสริมสุดพิสดารของเธอ คือ วางแผนพิสูจน์รักแท้ ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ แอร์โฮสเตสทั้งหลาย
ครั้งแรกที่แผนร้ายของเขมมิกไม่สำเร็จ กัปตันพิทยา หรือ พี่พีท ที่พร่ำบอกว่ารักเธอจนหมดหัวใจ เพราะพิทยากลับปันใจให้กับ พิศินี
ลูกสาวของประธานสายการบินที่เธอทำงานอยู่ เขมมิกวางแผนร้ายพิสูจน์รักแท้ พิทยาพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ทำให้พิศินีเชื่อใจเขามากขึ้น เขมมิกแค้นใจจนประกาศลั่นกับเพื่อนรัก แค้นนี้ต้องชำระ ในวันแต่งงานของพิศินีและกับพิทยา เขมมิกคิดล้างแค้นอดีตแฟนหนุ่มด้วยการแต่งตัวเลิศหรูชนิดที่ใครก็เดาออกว่า เธอต้องการแย่งซีนเจ้าสาว แล้วเขมมิกก็ทำสำเร็จ เธอกลายเป็นจุดสนใจของหนุ่ม ๆ ในงาน รวมทั้ง พิแสง พี่ชายของพิศินี แต่เหตุผลที่พิแสงจับตามองเขมมิก นอกจากความสวยเด่นของเธอแล้ว ยังเป็นเพราะเรื่องราวที่ พิศา น้องสาวคนเล็กเล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่าต้องเสียคนรักไป เพราะนิสัยประหลาดของเขมมิก ที่ชอบเข้ามาป่วนทำให้คู่รักเลิกกัน พิศารู้สึกเสียหน้าและโทษว่าทั้งหมดเป็นความผิดของเขมมิก และตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขมมิกตั้งแต่นั้นมา พิแสงเกิดความระแวงว่าเขมมิกจะมาก่อความวุ่นวายในงาน จึงตามประกบติดเขมมิกแจ แต่ด้วยความไม่ตั้งใจเขมมิกสะดุดชายกระโปรงตัวเอง แล้วใช้เค้กวันแต่งงานสุดอลังการของบ่าวสาวเป็นเบาะกันกระแทกก่อนถึงพื้น สิ่งเดียวที่ทำได้ คือ แกล้งเป็นลมขณะที่พิแสงกำลังเข้ามาหาเธอมองแวบเห็นเป็นพี่เสือ
เขมมิกถูกลงโทษด้วยการถูกพักงาน โดยไม่มีการจ่ายเงินเดือน แถมตอนนี้เขมมิกเพิ่งรู้ข่าวร้ายจากขนิษฐาแม่ของเธอว่าพ่อที่เสียชีวิตไป แล้วได้สร้างหนี้สินหลายล้านไว้ให้แม่เธอต้องเป็นผู้รับผิดชอบเขมมิกต้องการ เงินจำนวนมากมากอบกู้วิกฤติให้กับแม่ เขมมิกก็ได้รับมอบหมายงานที่เธอแสนจะถนัด คือ ทำลายความรัก จาก แสงสุดา รองประธานสายการบิน ถ้าเป็นงานธรรมดาเขมมิกคงไม่คิดหนัก แต่ที่ทำให้เธอลังเล เพราะเป้าหมาย คือ พิแสง ลูกชายคนเดียวที่ทั้งแสงสุดา และ พิสุทธิ์ บิดาของพิแสงที่หวังจะให้เขาเป็นผู้สืบทอดธุรกิจการบิน แต่การป่วยของขนิษฐาก็ทำให้เขมมิกทิ้งความลังเลนั้นไป และตัดสินใจรับงานนี้เพื่อแลกกับเงินสามล้านบาท โดยภารกิจของเขมมิก คือ ทำลายความรัก พังธุรกิจฟาร์มหมู และดึงพิแสงกลับสู่ธุรกิจสายการบิน และกลับมาแต่งงานกับ สาวิกา เพื่อนสนิทของพิศา ที่เป็นลูกสาวของนักธุรกิจใหญ่ไฮโซ แสงสุดาคิดว่าเหตุผลที่พิแสงยอมรับช่วงธุรกิจฟาร์มหมูที่พัทลุงต่อจากปู่ เพราะพิแสงหลงรักวาศินีลูกสาวของ อนงค์ แม่บ้านของฟาร์ม เพราะแสงสุดาระแวงว่าอนงค์ที่เคยคิดแย่งพิสุทธิ์เมื่อสมัยเป็นสาวรุ่น คงคิดใช้วาศินีมาล้างแค้น แย่งพิแสงลูกชายคนเดียวของเธอไป เรื่องราวของเขมมิกกับการล้อเล่นกับความรัก หรือใช้เล่ห์กลโกง มันไม่ได้ทำให้ได้มาซึ่งความรักใด ๆ เลย แต่ความจริงใจและรักแท้ต่างหากที่ทำให้สมหวังในความรักได้ งานนี้ต้องมาติดตามชมต่อกันในละคร.

Wednesday, March 17, 2010

ปิดปากนิ่งไม่พูดถึงความสัมพันธ์กับดีเจสาวหมวย จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช ทองมี สักที สำหรับไฮโซหนุ่ม กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ วันก่อนได้มีโอกาสเจอสาวจ๋า เจ้าตัวแก้ต่างแทนว่าเป็นเพราะหนุ่มกึ้งอยากรักษาภาพลักษณ์ทางธุรกิจ ซึ่งสาวจ๋าก็เห็นด้วย ส่วนความรักตอนนี้แฮปปี้ ปัญหาน้อยลง

จ๋า กล่าวว่า  “ความรักโอเคค่ะ ช่วงนี้สบายดี ก็ไม่ได้หวานขึ้น แต่ปัญหาน้อยลงค่ะ ถามว่าคบกันกี่ปีแล้วจ๋าไม่ได้นับค่ะ เรารู้จักกันมาเรื่อย ๆ เรามีความต่างกันนิดนึง จ๋าเป็นคนชอบทำเซอร์ไพร้ส์ เขาไม่ใช่คนที่ทำเซอร์ไพร้ส์ แต่เขาเป็นที่ปรึกษา และเป็นคนใจดี ส่วนเรื่องมีวางแผนชีวิตคู่กันบ้างไหม ยังค่ะ เราคิดว่าไม่ว่ายังไงก็ตาม เราทำวันนี้ให้มีความสุขไว้ก่อนค่ะ จ๋าไม่กดดันนะที่คนจับตามอง เราเจอมาตลอดตั้งแต่ทำงานตรงนี้ เป็นธรรมดาที่คนอยากรู้ ก็ต้องโดนถามเป็นธรรมดา อันไหนตอบได้เราก็ตอบ อันไหนไม่ใช่เราก็บอกไม่ใช่ อันไหนพูดเยอะไม่ได้มากก็ไม่พูดเท่านั้นเอง”

เขามีขอไหมว่าให้พูดแค่ไหน เพราะจะสัมภาษณ์เขาทีไร เขาจะเดินหนีตลอด? “พอรู้จักมากขึ้น น่าจะเป็นเรื่องของภาพลักษณ์ที่เขาอยากให้ไปในแนวนักธุรกิจ ที่ไม่พูดเพราะไม่อยากให้มาโฟกัสเรื่องนี้เยอะ ตอนแรก ๆ จ๋าก็ต้องทำมึน เป็นผู้หญิงก็ไม่รู้จะมานั่งพูดอะไร จ๋าเคยถามเขาเหมือนกันเรื่องที่เขาไม่ให้สัมภาษณ์ เขาก็บอกว่ามันเป็นเรื่องของภาพลักษณ์ เมื่อเป็นนักธุรกิจก็อยากให้ภาพเป็นนักธุรกิจไป ซึ่งจ๋าคิดว่าโอเคค่ะ ตอบได้แค่ไหนก็ตอบ เดี๋ยวเวลามันจะเป็นตัวบอกเอง ถามว่ามีหนุ่มอื่นมาจีบบ้างไหม ไม่มีค่ะ อย่างเมื่อก่อนจะมีแค่เข้ามาหยอด แต่ยังไม่มีใครมาจีบ ส่วนฝั่งคุณกึ้งมีสาวอื่นเข้ามาบ้างไหม จ๋าเชื่อว่าถ้ามีจริง เดี๋ยวข่าวก็ออก มีคนช่วยจับตาเยอะค่ะ”.

Wednesday, March 18, 2009

หนิง เผยว่า “ตอนแรกที่น้องออกมาตัวเล็ก แต่ตอนนี้ตัวฟูมาก ขนาดหมอยังบอกว่าคุณหนิงเลี้ยงลูกยังไง หมอบอกว่าวันนึงให้น้ำหนักขึ้นแค่ประมาณ 25 กรัม แต่วันนึงน้องขึ้น 45 กรัมต่อวัน ถามว่ากลัวน้ำหนักเกินกำหนดไหม สำหรับหนิงรู้สึกว่าเด็กอ้วนไว้ก่อนดีกว่า มันปลอดภัยและแข็งแรงดี น้องเองก็น่ารัก เริ่มได้ยินเสียง เห็นและมองตาม เริ่มจำได้ว่านี่คือคุณแม่ ที่บ้านเห่อสุด ๆ ทุกคนเลย ส่วนคุณพ่อ (จิน-จรินทร์) จะเป็นอารมณ์ประมาณเห่อซื้อของเล่นให้ พูดทุกวันว่าคนสวยของพ่อ แดดดี้ขอคิสหน่อย จริง ๆ คุณพ่อเลี้ยงลูกได้ดีกว่าหนิงด้วย เพราะว่าผู้ชายมือจะใหญ่ เวลาที่เขาอาบน้ำหรืออุ้มมันจะดูทะมัดทะแมงกว่าเรา แรก ๆ เราก็เครียดมาก นั่งร้องไห้คนเดียว เวลาลูกร้องแล้วตกใจแต่ตอนนี้เริ่มรู้แล้วว่าต้องทำยังไง ส่วนเรื่องน้ำหนักตัวเอง ก็ยังกลุ้มใจอยู่เลย ตอนนี้ลงไปแค่ประมาณเกือบ 10 กิโลเอง แต่เราขึ้นมา 17 กิโล ก็อยากลง 17 กิโลค่ะ ซึ่งวิธีลดคนถามเยอะมากเหมือนกันว่าทำไมหนิงผอมเร็วมาก จริง ๆ หนิงแอบมีสูตรสมุนไพรไทย แต่ให้สูตรไม่ได้จริง ๆ มันเป็นความลับ ถามว่าจะปิดอู่เลยไหม ตัวเองตั้งใจตั้ง แต่แรกว่าอยากปิดเลย แต่คนรอบข้างก็บอกว่าเอาอีกคนนึงไหม แต่เราคิดว่าเอาทีละคนให้ดีก่อน ก็รอดูต่อไป ซึ่งคนต่อไปก็ตั้งใจอยากให้เป็นผู้ชายค่ะ”

ล่าสุดเห็นว่านุ่นรับขวัญหลานแล้ว เหมือนเป็นการแก้ข่าวเกาเหลา? “นุ่นรับขวัญหลานแล้ว ก็ไปเจอกันที่คอนโด เขาเอาเหรียญทองมารับขวัญ แต่อย่าไปมองว่าการที่นุ่นมาเยี่ยมมันเป็นการแก้ข่าวอะไร มันไม่ใช่ เพื่อนกันก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่วันยังค่ำ ไม่ต้องมีอะไรมาสยบข่าวเลย เพราะมันไม่ได้มีอะไรตั้งแต่แรกอยู่ แล้วซึ่งพอนุ่นเห็นหลานเขาก็บอกว่าน่ารักดี หน้าเหมือนแม่ เราก็เร่งให้เขามี เราก็อยากเห็นหลานนะ แต่ของอย่างนี้ถึงเวลา จังหวะมันพอดีเดี๋ยวมาก็มาเองค่ะ”.

Wednesday, March 4, 2009

ตุ๊ก เปิดเผยว่า “ตอนนี้ยังไม่มีงานละคร มีแต่งานเดินแบบอีเวนต์ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นงานพิธีกร แต่ที่มีข่าวว่าจะทำรายการทีวีกับพี่บ๊วยไม่ใช่นะคะ ส่วนใหญ่เป็นพิธีกรรับจ้าง อาจจะเป็นงานจ้างไปทำคู่กันแต่ยังไม่คอนเฟิร์มมา เราก็โอเคเพราะพี่บ๊วยก็เหมือนเพื่อนร่วมงานในวงการคนอื่น ๆ ค่ะ ต้องรอให้รายการผ่านก่อน เป็นรายการเกี่ยวกับโรงพยาบาลสุขภาพของผู้ใหญ่ด้วย ถามว่าร่วมงานกันบ่อย ๆ จะมีโอกาสมาคืนดีกันมั้ยเหรอคะ ตอนนี้น่าจะยังไม่มีโอกาสค่ะ และตอนนี้ที่ร่วมงานกันก็จะมีแค่รายการนี้รายการเดียว เราไม่ได้ง้ออะไรกันความสัมพันธ์ปกติเหมือนเดิมค่ะ เป็นเพื่อนกัน ทุกวันนี้เจอกันเรื่อย ๆ เพราะเขาต้องมาหาลูก เขาอยากทำหน้าที่พ่อของเขามากกว่า แต่สงกรานต์นี้ตุ๊กกับลูกกำลังแพลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นกันด้วย แต่พี่บ๊วยคงไม่ได้ไป เพราะเวลาไม่ตรงกัน ตอนนี้มีเข้ามาจีบมั้ยก็มีบ้างนะคะ แต่เราไม่ได้ปิดหรือเปิดอะไร ส่วนใหญ่คุยเป็นเพื่อนกัน มีคนรู้จักเพิ่มก็เป็นเรื่องที่ดีค่ะ”

Tuesday, March 4, 2008

แองจี้ กล่าวว่า “ตอนนี้กำลังทำค่ายเพลงของตัวเอง กำลังปั้นเด็กอยู่ และทำงานอีเวนต์ คอนเสิร์ตอินเตอร์ด้วย เพิ่งเริ่ม ๆ ทำบริษัท “เอ็มไอบี” มีพาร์ทเนอร์อีก 2 คน งานเบื้องหลังเหนื่อยกว่าเบื้องหน้า คนทำงานเบื้องหลังงานหนักและหลากหลาย สำหรับเรื่องละครก็มีไปหาช่องบ้าง ไม่แน่ถ้ามีเวลาอาจจะเล่นนิดหน่อย จริง ๆ ก็มีคนติดต่อมาบ้างแล้ว แต่กำลังรอบทดี ๆ อยู่ อยากเล่นบทร้ายลึก เพราะไม่เคยเล่น แสดงอะไรที่ไม่ใช่ตัวเองน่าจะสนุกดี” แล้วเรื่องความรักล่ะ? “ความรักก็เรื่อย ๆ คบมา 7 ปีแล้ว เรื่องข่าวดีจะมีหลายทีแล้ว แต่ยังไม่พร้อม มันหลากหลายด้วย แฟนเป็นชาวคูเวต จี้ยังไม่พร้อมปล่อยทุกสิ่งทุกอย่าง เขาก็ไม่อยากให้เราไปอยู่ที่นั่น เพราะชีวิตแองจี้ที่นี่มีสีสัน เขากลัวว่าถ้าไปอยู่โน่นแองจี้จะเปลี่ยนไป ซึมเศร้าอะไรแบบนี้ ถามว่าถ้าแต่งเขาจะมาอยู่ที่เมืองไทยไหม เป็นไปไม่ได้ 0% เขามีธุรกิจที่นั่น เป็นลูกคนเดียวด้วย”